ประกันมีกี่แบบ และแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

0

เพื่อนๆ หลายคนเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ประกันชีวิตที่ขายอยู่ในปัจจุบันนี้มีอยู่กี่ประเภท แล้วประกันชีวิตประเภทไหนที่เหมาะกับเพื่อน ๆ บ้าง ซึ่งบางครั้งที่มีผู้มาแนะนำหรือเข้ามาเสนอขายประกัน ก็ไม่กล้าที่จะถามรายละเอียดมาก เพราะกลัวโดนหว่านล้อมให้ซื้อประกันที่ไม่คุ้มค่า หรือประกันที่มีเบี้ยประกันสูง ซึ่งวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจ ว่าประกันชีวิตนั้นมีกี่ประเภท แล้วแต่ละประเภทเหมาะกับใครบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตของเพื่อน ๆ ครับ

ประกันชีวิตที่ขายอยู่ในปัจจุบันนี้มี 4 ประเภท หลักๆ

1. ประกันแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance)

เป็นประกันชีวิตที่ผู้ซื้อจะเน้นความคุ้มครองเป็นหลัก ซึ่งประกันชีวิตประเภทนี้จะไม่มีเงินสะสม และระยะเวลาคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับการเลือกของผู้เอาประกัน เช่นหากเราต้องการความคุ้มครองแค่ 3 ปี เราก็แค่ซื้อความคุ้มครองระยะเวลา 3 ปี โดยจ่ายเพียงครั้งเดียว หรือแบ่งชำระเบี้ยได้ ซึ่งเมื่อครบระยะเวลาก็จะหมดความคุ้มครองทันที ทำให้ประกันประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องความคุ้มครองในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือผู้ที่ต้องการรองรับความเสี่ยงของตนเองในระยะเวลานั้นๆ

2. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance)

เป็นประกันชีวิตที่ผู้ซื้อจะชำระเบี้ยประกัน 1 – 10 ปี ตามกรมธรรม์ที่เลือก แต่ความคุ้มครองจะยาวถึง 90 – 99 ปี หรือกล่าวง่าย ๆ คือ เป็นประกันชีวิตที่ผู้ซื้อจะได้รับทุนประกันเมื่อเสียชีวิตนั้นเอง โดยวัตถุประสงค์ของประกันชีวิตประเภทนี้ผู้ซื้อมักจะซื้อเพื่อให้เป็นมรดกให้กับลูกหลานซะเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้เบี้ยประกันประเภทนี้จะแพงกว่าแบบชั่วระยะเวลาครับ

ขายที่ดิน1ไร่ 2งาน พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ลาดพร้าว71-โชคชัย4

3. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment/Saving Insurance)

ประกันประเภทนี้ต่างจากสองแบบก่อนหน้า เพราะประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์นั้นจะมองเหมือนเป็นการลงทุนพร้อมกับซื้อความคุ้มครอง ซึ่งผู้ซื้อจะได้ทุนประกันและผลตอบแทนหลังจากครบเวลาตามสัญญา ซึ่งผลตอบแทนนั้นมากกว่าการฝากเงินในธนาคาร และยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ จึงทำให้ประกันชีวิตประเภทนี้เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน

4. ประกันแบบบำนาญ (Annuities Insurance)

สำหรับประกันแบบบำนาญนั้น จะเป็นการประกันชีวิตแบบสร้างความมั่นคงให้ชีวิตหลังเกษียรหรือการออมระยะยาวนั้นเอง โดยผู้ซื้อจะจ่ายเบี้ยประกันตั้งแต่วันที่ซื้อไปจนเกษียร แล้วหลังจากนั้นผู้ซื้อก็จะมีเงินใช้ในยามเกษียรในทุกๆเดือน หรือหากจะให้เปรียบก็คล้ายกับเงินบำนาญนั้นเอง ที่เราจะได้รับครั้งละไม่มาก แต่จะได้รับไปจนเสียชีวิตหรือตามอายุที่ทำในสัญญานั้นเอง

นอกจากประกันทั้ง 4 ประเภทที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังมีประกันชีวิตประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกไม่ว่าจะเป็น ประกันควบการลงทุน (Unit Linked) หรือ ประกันชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่องแต่ละชนิดผู้ซื้อต้องศึกษาและวางแผนการจ่ายเบี้ยประกันและการรับเงินประกันให้ดี เพราะหากเราไม่ศึกษาข้อมูลให้มากพอ อาจทำให้เราเสียสิทธิ์หรือเสียเบี้ยประกันไปฟรีๆ ไปได้ครับ

Leave A Reply

Your email address will not be published.